[บทความ] อานิสงส์ของการสวดมนต์

admin

Staff Member
Administrator

โดย พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี)
ผู้อำนวยการศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน

การสวดมนต์ เป็นกิจวัตรประจำวันของชาวพุทธที่สืบทอดมาแต่สมัยพุทธกาล โดยในยุคแรกนั้น การสวดมนต์ หมายถึง การสวดหรือการท่องจำคำสอนของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าจากปากสู่ปากจากครูสู่ศิษย์ เรียกว่าระบบ มุขปาฐะ ต่อมาเมื่อพระพุทธศาสนารุ่งเรืองขึ้นในศรีลังกา พระสงฆ์ลังกาจึงประพันธ์บทสวดมนต์เพิ่มขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่ออำนวยความสวัสดีมีชัยแก่ผู้สวดหรือแก่สรรพสัตว์ ในยุคนี้บทสวดมนต์จึงมีนัยะหมายถึงการสวดเพื่อขออานุภาพของพระรัตนตรัยให้มาปกป้องคุ้มครองตน บุคคลที่รัก และสรรพสัตว์ เราจึงเรียกบทสวดมนต์ในลักษณะนี้ว่า “พระปริตร” (แปลว่า คุ้มครองป้องกัน) ส่วนชาวพุทธไทยนิยมสวดมนต์ตอนเช้าและตอนเย็น เรียกว่า ทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น การสวดมนต์มีอานิสงส์เป็นอเนกประการ ดังนี้
๑.เป็นการทบทวนคำสอนของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าให้แม่นยำ
๒.เป็นการศึกษาหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า
๓.เป็นการสืบต่ออายุของพระบวรพุทธศาสนา
๔.เป็นการสร้างเหตุปัจจัยแห่งการรู้แจ้งสัจธรรม
๕.เป็นการทำบุญด้วยกาย วาจา ใจ
๖.เป็นการเตือนตัวเองให้ดำรงชีวิตอยู่ในครรลองคลองธรรม
๗.เป็นการพัฒนาปัญญาให้แหลมคม
๘.เป็นการศึกษาแนวทางในการสร้างสรรค์พัฒนาชีวิตให้ดีงาม
๙.เป็นการบำเพ็ญไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ ปัญญา
๑๐.เป็นการใช้เวลาคุณภาพร่วมกันของคนในครอบครัว
การสวดมนต์เป็นกิจกรรมที่ทำได้ในที่ทุกสถาน ในกาลทุกเมื่อ ส่วนการสวดมนต์ข้ามปี ก็ถือเป็นการส่งท้ายเทศกาลแห่งความสุขด้วยศีล (งดเว้นการเฉลิมฉลองด้วยสุราเมรัย) สมาธิ (ตั้งใจเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างมีสติ) ปัญญา (ทำบุญกุศล/สวดมนต์/เจริญจิตภาวนา/ใช้เวลาร่วมกับครอบครัว) อันจะนำมาซึ่งความสวัสดีมีชัยตลอดปีและตลอดไป
 

สมาชิกที่ออนไลน์

ไม่มีสมาชิกที่ออนไลน์ในตอนนี้.

แฟนเพจ


Top Bottom