[วิธีทำ] macOS Tips: วิธีตั้งค่าใช้ FUSION DRIVE กับ Macbook Pro,Mac Mini,iMac รุ่นต่ำกว่าปี 2012

admin

Staff Member
Administrator
#1
Fusion Drive คืออะไร ?
  • เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ หลายคนคงต้องเคยใช้ Pc หรือ Mac กันอยู่แล้วนะครับ เเต่จะทราบไหมครับว่าหาก CPU ,RAM หรือ Hardware เราเร็ว เเรง หรือดีแค่ไหน แต่ถ้าหาก Hard disk เราช้า ก็จะส่งผลให้การเรียกใช้โปรแกรม การประมวลผลต่างๆ ช้า
  • เปรียบได้กับขวดครับ หากเรากรอกน้ำเต็มขวด แล้วพยามเทออกมา หากปากขวดเล็ก น้ำก็ไหลออกช้า ถ้าปากขวดใหญ่ก็เทออกมาได้จำนวนมากกว่า (อันนี้เปรียบเทียบนะครับ)
  • เมื่อมีปัญหาคอขวดจึงเกิดมี Hard Disk แบบใหม่ ที่ชื่อ SSD (Solid State Drive) ที่ใช้ Flash Memory มาทำหน้าที่เก็บข้อมูลแทน แบบจานหมุน ผลที่ได้คือความเร็วในการอ่าน/เขียนเพิ่มขึ้น มากกว่า Hard disk เเบบเดิม 5-10 เท่า ซึ่งในข้อดีก็มีข้อเสียครับ กล่าวคือ ในเรื่องของราคาที่ยังสูงมาก เมื่อเทียบกับความจุที่ได้รับ อย่างขนาดความจุ 60Gb เราต้องจ่ายเงิน 1,xxx บาท ซึ่งหากเทียบกับ Hard Disk แบบเดิมจ่าย เราจ่ายเท่ากันเเต่เราจะได้ความจุของ Hard Diskมากกว่าถึง 500 - 750 Gb เลย
  • ดังนั้น Apple จึงได้คิดระบบ Fusion Drive ออกมา คือการเอา Hard Disk แบบใหม่อย่าง SSD มาใช้งานคู่กับ Hard Disk แบบเก่า ใช้วิธีรวม SSD+Hard Disk เข้าด้วยกันเช่น หาก SSD เรามีพื้นที่ 120 Gb และ HDD แบบเก่าเรามีพื้นที่ 500 Gb เมื่อทำ Fusion Drive จะมี พื้นที่ 620 Gb เพราะ macOS จะเห็น HDD ทั้ง 2 ตัวเป็นตัวเดียว (คล้าย Raid 0 บน Windows แต่ทำงานไม่เหมือนกัน)
ความต่างของ SSD กับ HDD ปกติ
  • เนื่องด้วยเจ้า SSD ใช้ Flash Memory ในการเก็บข้อมูลแทน HDD แบบเดิมที่เป็นจานหมุน ผลที่ได้ก็คือการอ่านและเขียนข้อมูลจึง เร็วกว่า HDD ปกติ ตัวอย่างเช่น HDD ทั่วไป Spin Speed 5400 RPM เขียนเร็วที่ 40 MB/s อ่านเร็วที่ 40 MB/s ส่วน SSD จะสามารถ เขียนเร็วที่ 450 MB/s อ่านเร็วที่ 450 MB/s กันเลยทีเดียว ซึ่งถือว่าต่างเยอะมากและเร็วกว่ามากๆ
  • เเล้วเพราะอะไรเราต้องใช้การอ่าน/เขียนไวขนาดนั้น ตอบง่ายๆ คือค่าการอ่าน/เขียนของ Hard Disk ยิ่งสูงการทำงานการเข้าถึงข้อมูล หรือโปรแกรมก็จะเร็วตาม อย่างเราเคยทำงานเเล้วรอ 30 นาที ก็จะรอเพียง 5-10 นาทีซึ่งก็เเล้วเเต่ว่าโปรแกรมไหนใช้ทรัพยากรของ Mac ยังไงด้วยนะครับ อย่าง CPU RAM VGA ก็สำคัญ เเต่สุดท้าย Hard Disk ก็คือจุดสุดท้ายในการพักข้อมูล หรือเก็บมันไว้นั้นเอง
หลักการทำงานของ Fusion Drive
  • ปกติ macOS จะทำงานบน Hard Disk ตัวเดียว การทำงานจึงอาศัย Hard Disk เป็นหลักในการอ่าน/เขียนข้อมูล ดังนั้นก่อนที่จะมี SSD ก็ จะมีคนนิยมเปลี่ยน Hard Disk แบบเดิมที่มีความเร็วรอบการหมุนของจานหมุนที่ 5400 รอบ (Spin Speed 5400 RPM) ไปเป็น 7200 รอบ แทนซึ่งก็เร็วขึ้นมานิด แต่....
  • เมื่อมี SSD เข้ามา Apple จึงเอามันมาใช้อย่างมีประโยชน์คือ ให้โปรแกรม และระบบปฏิบัติการ (macOS) ทำงานบน SSD แล้วข้อมูลต่างๆ ของ User ที่ใช้งานไม่บ่อยนักจะนำไปเก็บบน HDD ปกติ โดยระบบปฏิบัติการ (ในที่นี้คือ macOS) จะจัดสรรทรัพยากรให้เอง อะไรที่ใช่บ่อยจะเอาไปทำงานบน SSD ส่วนอะไรที่ไม่ค่อยได้ใช้จะย้ายไปเก็บบน HDD เเทน ผลที่ ได้คือ การเข้าถึงข้อมูลทั้งอ่านและเขียน ทำงานได้เร็วขึ้น
  • ซึ่งเจ้า Fusion Driver จะฉลาดพอที่จะสังเกตุพฤติกรรมของผู้ใช้ (User) ว่าใช้อะไรบ่อยจะส่งไปทำงานบน SSD เเล้วเมื่อไม่ใช้งานหรือ ใช้งานน้อยลงก็จะย้าย File นั้นๆ ไปเก็บบน HDD เเทน
อุปกรณ์เเละค่าใช้จ่าย
* Macbook & Macbook Pro ปี 2012 ลงไป

Macbook MacbookPro ตระกูลนี้ถ้าต่ำกว่าปี 2012 ถ้าอยากใช้ Fusion Drive ต้องยอมเสีย Drive DVD ครับ กล่าวคือต้องใช้ตัวแปลง ใส่ Hard Disk เพื่อใส่ Hard Disk ได้ 2 ตัว ที่เรียกว่า OptiBay
37281802_2029462923731944_6847392074258448384_o.jpg

สิ่งที่ต้องมี :
- กล่องใส่ Hard Disk 2.5"(OptiBay) สนนราคาอยู่ที่ 500 - 700 บาท (เเล้วเเต่ร้าน) - SSD 2.5" ขนาด 60 Gb. - 256 Gb. (อันนี้ตามกำลังทรัพย์ครับ)
* SSD จะมีค่า READ/WRITE ต่างกันครับ ราคาก็ต่างกันด้วย เลือกสูงๆ ไว้
37395508_2029433020401601_7611970190808449024_o.jpg
* Mac Mini ปี 2010-2012
Mac mini ทาง Apple จะมีช่องว่างหรือจุดเชื่อมต่อ Hard Disk เพิ่มได้ครับ เเต่ผู้ใช้เองต้องมาซื้อสายมาต่อเอง สามารถหาซื้อได้ ผมก็ได้มา จากเวปเพื่อนบ้านเวปนึงมาทดลองใช้ หรือใครสะดวกสั่งนอกก็ไม่ว่ากันครับ
37285803_2029462350398668_8278856110820032512_o.jpg

สิ่งที่ต้องมี :
- Bottom Hard Drive Flex Cable Mac Mini Server Mid 2010 (ใช้ได้ทั้งตั้งเเต่ตัว Late 2010-2012) ราคาจะอยู่ที่ 1200 บาท (ในไทยมีขาย) ใน Ebay ราคาประมาณ 250-350 บาท - SSD 2.5" ขนาด 60 Gb. - 256 Gb. (อันนี้ตามกำลังทรัพย์ครับ เเนะนำ 120 GB ขึ้นไป) * SSD จะมีค่า READ/WRITE ต่างกันครับ ราคาก็ต่างกันด้วย เลือกสูงๆ ไว้
37327813_2029434067068163_6460447518395203584_n.jpg
สิ่งที่จะต้องมี...ก่อนลงมือทำ
- USB Boot macOS (ไว้ลงติดตั้ง macOS หลังทำ Fusion Drive) มีบทความเเนะนำ - SSD 60 - 512 GB = 1 ลูก - Hard Disk 2.5" ความจุเเล้วเเต่กำลังทรัพย์ = 1 ลูก (หรือใช้ที่ติดมากับ Mac ก็ได้)
เริ่มลุยกัน.....
1) ก่อนอื่นท่านที่จะลงมือทำเเนะนำให้ back up ข้อมูลของท่านก่อนนะครับ ใช้ Time Machine ก็ได้ ง่ายดี...
2) จัดการเพิ่ม SSD ให้กับ Mac ของเพื่อนๆ ใครใช้ Mac ตัวไหนถอดยังไง เเนะนำไปดูการแกะ-การประกอบเวป www.iFixit.com เขาอธิบายชัดเจนมากๆ
3) เมื่อทำการประกอบ SSD ในส่วน Hard ware เสร็จ ก็มาที่เรื่อง Software กันครับ
4) เสียบ USB Boot macOS เข้ากับ mac ไว้
5) เปิด Mac ของท่านมา พร้อมกับกด Option (Alt) ที่คีย์บอร์ด เพื่อเลือก Boot ผ่าน USB Boot macOS
37412321_2031200146891555_1114745258299621376_o.jpg

37322719_2031200416891528_3750483069136535552_n.jpg


6) เลือก Disk Utility เพื่อ Format Hard Disk ทั่ง 2 ลูก
37409906_2031203046891265_3980274969207635968_o.jpg
6.1) เลือก Hard disk (ตัว SSD) 6.2) กด Tab Erase 6.3) Format : Mac OS Extended(Jounaled) 6.4) Name : HD-1 (หรืออะไรก็ได้) 6.5) กด Erase
37234345_2030719476939622_3334312686753153024_o.jpg
7 ) เลือก Hard disk (ตัว Hard Disk 2.5")
7. 1) กด Tab Erase 7.2) Format : Mac OS Extended(Jounaled) 7.3) Name : HD-2 (หรืออะไรก็ได้) 7.4) กด Erase
37388110_2030724380272465_3688590722090401792_o.jpg
8) จากนั้นปิด Disk Utility เเล้วเลือก Tab > Utilites > Terminal
37388109_2031202973557939_351594939202666496_o.jpg

37395446_2030725796938990_3364052698168033280_o.jpg
9) เมื่อเปิด Terminal ขึ้นมาพิมพ์ diskutil list (เเล้วกด Enter) จะปรากฏ Hard Disk ทั้งสองลูกที่เราต่อเพิ่มเข้าไป โดยปกติจะขึ้นเป็น disk0 disk1
37313499_2030727926938777_4670574083094609920_o.jpg

** ในบทความจะเป็น disk2 , disk3 เพราะเป็นการต่อ Hard disk 2 ลูก เเละ 1 Flash Storage ซึ่งเป็น disk0 เเละระบบ APFS สร้าง Drive เสมือนเป็น disk1 ไม่ต้องแปลกใจนะครับที่ขึ้นไม่เหมือนกัน
10) จากนั้นพิมพ์ diskutil cs create Macintosh\ HD disk2 disk3 (เเล้วกด Enter) เพื่อสร้าง Fusion Drive ของ Disk2 + Disk3 (ของเพื่อนๆ อาจเป็น disk0 disk1)
37321517_2030733173604919_3389246366441013248_o.jpg

37318041_2030733973604839_2699176449188823040_o.jpg
11) พิมพ์ diskutil cs list (เเล้วกด Enter) จะปรากฏข้อมูลของ Hard Disk ที่ทำ Fusion Drive
37317782_2030736066937963_4976241154589720576_o.jpg

13) ให้ Copy ตัวเลขหลัง Logical volume Group ไว้ครับ
37360743_2030737526937817_7810885351945273344_o.jpg
14) พิมพ์ diskutil cs createVolume
37343282_2030738996937670_4182011468591398912_o.jpg
15) กด Tab > Edit > Paste (เพื่อวางสิ่งที่ Copy ไว้ที่ข้อ 13)

37334190_2030740233604213_8998809839287140352_o.jpg

37318897_2030740816937488_7610653199216672768_o.jpg
16) พิมพ์ต่อข้อ 16) jhfs+ Macintosh\ HD 100% (เเล้วกด enter)
37367181_2030741873604049_8726894888546729984_o.jpg
17) รอโปรแกรมทำงานจนเสร็จ
37350850_2030742920270611_5141495686365184000_o.jpg

37384276_2030744006937169_4826482169033523200_o.jpg
18) พิมพ์ Exit ปิดโปรแกรม Terminal

37423068_2030744236937146_6552599237186551808_o.jpg
19) ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด SSD เเละ Hard Disk จะรวมกันเป็นก้อนเดียว ก็สามารถเริ่มขบวนการติดตั้ง macOS ตามปกติ
37354466_2030750403603196_865523892549058560_o.jpg


หมายเหตุ :
1) บทความนี้เป็นการปรับปรุงบทความที่เคยทำไว้ที่เวป PDAMobiz 2) หลังติดตั้ง macOS เสร็จให้ลงโปรแกรม Trim Enabler เเล้ว เปิด On TRIM ด้วยนะครับ

37360732_2029479163730320_2673574454080045056_n.jpg
TRIM คือตัวช่วยลบข้อมูลขยะครับ ถ้าเราทำข้อมูลลบเเล้วยังค้างอยู่ นานๆ เข้า SSD จะช้า อืม.. เหมือนคนกวาดถนนครับ รถขับเยอะ ๆ มีรอยเยอะๆ คันถัดไปจะช้า ถ้า TRIM เปิดอยู่มันจะช่วยลบ
3) iMac ปี 2012-2013 ใช้ตัวเเปลง SATA Blade SSD Module - Dual SSD Drive Kit ได้
37277230_2029480950396808_9003645199368323072_n.jpg

eNginEer_sEk
 
แก้ไขล่าสุดเมื่อ:

แฟนเพจ


Top