- เข้าร่วม
- 1 มิถุนายน 2011
- ข้อความ
- 17,428
- คะแนนปฏิกิริยา
- 0
- คะแนน
- 36
นักวิจัยแยกตัวประกอบ root certificate ขนาด 512 บิตที่ใช้งานจริงในยุค Netscape สำเร็จ
Body
Matthew McPherrin นักวิจัยกระบวนการเข้ารหัสลับ ประกาศความสำเร็จในการแยกตัวประกอบใบรับรองเข้ารหัสลับของ E-Certify ที่เป็นหน่วยงานยืนยันตัวตนออกใบรับรองเข้ารหัสลับตั้งแต่ปี 1998
E-Certify เป็นบริษัทแคนาดาที่กุญแจสาธารณะได้ถูกรวมไปกับเบราว์เซอร์ Netscape 4.51 ตั้งแต่ปี 1999 ปัญหาคือบริษัทนี้ใช้กุญแจขนาดเพียง 512 บิตเท่านั้น แม้ว่าการแข่งขันแยกตัวประกอบหมายเลข RSA จะแยกตัวประกอบ RSA-155 ที่มีขนาด 512 บิตได้สำเร็จตั้งแต่ปี 1999
McPherrin ใช้ซีพียู AMD Ryzen 9 5950X แยกตัวประกอบใบรับรอง
ตัวใบรับรองของ E-Certify หมดอายุไปตั้งแต่ปี 2003 ดังนั้นแม้จะเป็นคอมพิวเตอร์เก่าตั้งแต่ปี 2000 ก็ไม่สามารถถูกใบรับรองปลอมหลอกได้หากตั้งนาฬิกาไว้ถูกต้อง ความเสี่ยงจึงมีไม่มากนัก
หมายเลข RSA ที่ใหญ่ที่สุดที่ถูกแยกตัวประกอบได้คือ RSA-260 มีขนาดประมาณ 862 บิต โดยช่วงหลังปี 2000 มีใบรับรองจำนวนมากยังใช้ RSA-1024 อยู่ ทาง NIST เองก็แนะนำให้หยุดใช้ RSA-1024 ตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นไป และให้หันไปใช้ RSA-2048 แทน
ที่มา - Matthew McPherrin
lew Tue, 08/09/2026 - 12:30
Continue reading...
Body
Matthew McPherrin นักวิจัยกระบวนการเข้ารหัสลับ ประกาศความสำเร็จในการแยกตัวประกอบใบรับรองเข้ารหัสลับของ E-Certify ที่เป็นหน่วยงานยืนยันตัวตนออกใบรับรองเข้ารหัสลับตั้งแต่ปี 1998
E-Certify เป็นบริษัทแคนาดาที่กุญแจสาธารณะได้ถูกรวมไปกับเบราว์เซอร์ Netscape 4.51 ตั้งแต่ปี 1999 ปัญหาคือบริษัทนี้ใช้กุญแจขนาดเพียง 512 บิตเท่านั้น แม้ว่าการแข่งขันแยกตัวประกอบหมายเลข RSA จะแยกตัวประกอบ RSA-155 ที่มีขนาด 512 บิตได้สำเร็จตั้งแต่ปี 1999
McPherrin ใช้ซีพียู AMD Ryzen 9 5950X แยกตัวประกอบใบรับรอง
E-Certify RSA 512 Gold Server ใช้เวลา 32 ชั่วโมง และ E-Certify RSA 512 Gold Client อีก 29 ชั่วโมงตัวใบรับรองของ E-Certify หมดอายุไปตั้งแต่ปี 2003 ดังนั้นแม้จะเป็นคอมพิวเตอร์เก่าตั้งแต่ปี 2000 ก็ไม่สามารถถูกใบรับรองปลอมหลอกได้หากตั้งนาฬิกาไว้ถูกต้อง ความเสี่ยงจึงมีไม่มากนัก
หมายเลข RSA ที่ใหญ่ที่สุดที่ถูกแยกตัวประกอบได้คือ RSA-260 มีขนาดประมาณ 862 บิต โดยช่วงหลังปี 2000 มีใบรับรองจำนวนมากยังใช้ RSA-1024 อยู่ ทาง NIST เองก็แนะนำให้หยุดใช้ RSA-1024 ตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นไป และให้หันไปใช้ RSA-2048 แทน
ที่มา - Matthew McPherrin
lew Tue, 08/09/2026 - 12:30
Continue reading...